...เชื่อผมเถอะ จดแล้วไม่จน ยังมีใครจำประโยคในโฆษณานี้ได้หรือไม่
ถ้าจำไม่ได้ลองอ่านทั้งหมดดู แต่ก่อนนี้มีเงินเท่าไหร่ลงขวดหมด
พอเริ่มจดบัญชีก็เลิกเหล้า แล้วเมียผมก็ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า
พอเริ่มจดบัญชีก็เลิก แต่ก่อนนี้ใช้แต่ปุ๋ยเคมี พอเริ่มจดก็ใช้ปุ๋ยชีวภาพ
เพราะทำบัญชีผมก็เลยเห็นว่ามีรายรับเท่าไหร่ จะตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือยตรงไหน
เลยมีเงินเหลือเก็บ เชื่อผมเถอะ จดแล้วไม่จน ...
โฆษณาดังกล่าวข้างต้นนี้ทำมาเพื่อเป็นการสนับสนุนให้ครัวเรือนได้มีการทำบัญชีจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายในแต่ละวัน
โดยผู้ริเริ่มคือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
หรือ ธ.ก.ส.
สาเหตุที่ทำให้นึกถึงโฆษณานี้ขึ้นมา เพราะภาวะเศรษฐกิจที่รุมเร้า
ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20% ไม่เพียงแต่ภาคครัวเรือนอย่างเกษตรกรเท่านั้น
อย่างที่ ธ.ก.ส.มองเป็นกลุ่มเป้าหมายให้ทำบัญชีค่าใช้จ่าย
แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนน่าจะทำ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ
มนุษย์เงินเดือน หรือแม้แต่นายทุนเองก็ตาม เพราะยุคนี้ก่อนที่จะเรียกร้องให้ใครมาช่วยเหลือ
โดยเฉพาะรัฐบาลนั้นคงเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง ดังนั้นทางที่ดีช่วยเหลือตัวเองก่อน
นั่นล่ะจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
สำหรับการรู้ค่าใช้จ่ายของตัวเองในแต่ละวัน
มีความสำคัญอย่างไร จะช่วยให้ดำรงตนในภาวะเศรษฐกิจผันผวนได้อย่างไร
คำตอบก็คือ เมื่อจดก็ทำให้รู้ เมื่อรู้จะได้เตือนตนและไตร่ตรองได้ว่า
สิ่งใดจำเป็นต่อการดำรงชีวิต สิ่งใดที่เป็นของฟุ่มเฟือย
ยืดระยะการจับจ่ายออกไปก่อนได้
บันทึกค่าใช้จ่ายแบบง่ายๆ
วิธีการที่จะทำให้เรารู้ความเคลื่อนไหวเรื่องการใช้จ่ายแต่ละวัน
นั่นก็คือ การจดบันทึก ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ยากเลย
บางคนกังวลว่าทำบัญชีไม่เป็นจะทำค่าใช้จ่ายได้หรือ
ความจริงแล้วการทำบัญชีใช้จ่ายเป็นเรื่องพื้นฐานที่เราเรียนกันมาในวัยเด็ก
ลองปัดฝุ่นสิ่งที่เคยรู้สักนิดก็สามารถทำได้ไม่ยาก
จะซื้อสมุดบัญชีที่เขาทำสำเร็จรูปไว้แล้ว ก็มีการขายตามร้านเครื่องเขียนทั่วไป
แต่ถ้าไม่ต้องการให้ยุ่งยาก และที่สำคัญไม่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการซื้อสมุดบัญชี
ก็ใช้สมุดจดที่นักเรียน นักศึกษาใช้ก็ได้ ราคาสมุดคงไม่เกินเล่มละ
20 บาท มีเส้นตีแบ่งบรรทัดมาให้เรียบร้อย ถ้าจะประหยัดเพิ่มขึ้นไปอีก
ใช้กระดาษรีไซเคิลมานั่งตีเส้นเอง ก็แล้วแต่จะจัดหามา
การตีเส้น จดบันทึก ก็ไม่ต้องทำให้ยากเลย
ดังตัวอย่างข้างล่างนี้ เพราะจุดประสงค์ของการจดบันทึกค่าใช้จ่ายก็เพื่อให้รู้ว่าใช้เงินไปกับเรื่องใดบ้าง
จำเป็นหรือไม่จำเป็นอย่างไร
ตัวอย่างการตีตารางจดบันทึกนี้
เป็นตัวอย่างให้เห็นการใช้จ่ายรายวัน ซึ่งในวันแรกที่เป็นวันเริ่มต้นเดือนใหม่
สามารถใส่จำนวนเงินเดือนที่ได้รับจริงไว้ตรงส่วนบนได้
ส่วนรายจ่าย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าสำหรับใช้ในการอุปโภค
บริโภค รายวัน เสื้อผ้าข้าวของที่ซื้อเป็นพิเศษ ค่าน้ำประปา
ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าอุปกรณ์เครื่องใช้ เครื่องไม้เครื่องมือ
ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเช่า ให้จดเอาไว้ ที่สำคัญคือต้องจดให้ละเอียดว่าได้ใช้จ่ายอะไรไปบ้าง
แม้แต่เดินเล่นซื้อขนม ซื้อไอศกรีมรับประทาน 5 บาท
10 บาท ก็ต้องจด เพราะถ้าไม่จดก็จะทำให้ลืม ทีนี้เราก็จะรู้ว่าใช้จ่ายอย่างไร
เงินหายไปไหน แล้วค่อยเปลี่ยนพฤติกรรม เลิกใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป
ในระยะแรกอาจจะใช้วิธีสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นรายเดือนก็ได้
แล้วค่อยขยับมาเป็น 15 วันสรุป และสรุปในทุกสัปดาห์
โดยการจดบันทึกค่าใช้จ่ายนี้แม้ไม่ได้ทำให้รายได้เพิ่มจากที่ได้รับคงที่ทุกเดือน
แต่ทำให้เรามีวินัยในการใช้จ่ายมากขึ้น ได้รู้ว่าเดือนหนึ่งๆ
ใช้จ่ายเรื่องเสื้อผ้าเกินไปหรือไม่ ซื้อข้าวของเครื่องประดับเกินไปหรือไม่
เราจะเห็นได้เองจากการจดบันทึกค่าใช้จ่ายนี้
เก็บออมควบคู่รู้รายจ่าย
มนุษย์เงินเดือนนั้นชื่อก็บอกอยู่แล้ว
มีรายได้เข้ามาเป็นรายเดือนคงที่ แต่ความคงที่นี้ก็อาจมีตัวแปรให้เกิดความไม่คาดฝัน
กระทบกับชีวิตได้ ใครจะรู้ละว่าวันหนึ่งข้างหน้างานประจำที่มีอยู่จะเกิดมีอันเป็นไปหรือไม่
ดังนั้นนอกจากเริ่มต้นการจดบันทึกเพื่อรู้รายจ่ายแล้ว
ให้แบ่งปันเงินรายได้ส่วนหนึ่งเก็บออมเอาไว้ ถ้าตามสูตรเริ่มต้นของการเก็บออมก็คือ
10% ของรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือน
เคล็ดลับในการเก็บออมคือ หาสถานที่เก็บเงินที่นำออกมาใช้ได้ยากที่สุด
เช่น เปิดเป็นบัญชีออมทรัพย์กับธนาคาร โดยเลือกที่จะไม่ทำบัตรเอทีเอ็ม
สมุดบัญชีธนาคารนั้นก็เก็บให้พ้นหูพ้นตา จะหยิบออกมาแต่ละครั้งก็เมื่อถึงเวลาต้องฝากเงินออมในแต่ละเดือน
หรือสำหรับผู้รับราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่หน่วยงานมักจะมีสหกรณ์ของตัวเองก็ให้เลือกฝากเงินกับสหกรณ์ได้
เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการหักเงินเดือนไว้เลย ทำให้โอกาสสัมผัสเงินสดมีน้อยลง
เงินจะได้หมุนเข้าไปในบัญชีออมได้ตรงตามเป้าประสงค์ทุกเดือน
จะเห็นได้ว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะจดบันทึกค่าใช้จ่าย
รวมไปถึงการเก็บออม เพียงแต่ที่สำคัญต้องเตือนตัวเองไว้เสมอว่า
ต้องทำเป็นประจำสม่ำเสมอ แล้วความมีวินัยในการใช้เงินและเก็บออมก็จะเกิดขึ้นเอง
Tuesday, June 10, 2008